ธรรมในใจ ถวายพระประธานตอน2
#การละอาสวะกิเลสด้วยวิธีต่างๆสัพพาสวสังวรสูตรพระผู้มีพระภาคเจ้าประทั้บที่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ตรัสเรื่องการละอาสวะคือกิเลสแก่ภิกษุทั้งหลายด้วยวิธี๗วิธีคือ#ด้วยการเห็นทัสสนะด้วยการสำรวมระวังสังวระด้วยการเสพปฏิเสวนะด้วยความอดทนอดกลั้นอธิวาสนะด้วยการงดเว้นปริวัชชนะด้วยการบรรเทาวิโนทนะด้วยการอบรมภาวนาทรงอธิบายไว้ดังนี้
๑. #การเห็นหมายถึงโยนิโสมนสิการคือการทำไว้ในใจโดยแยบคายการคิดเป็นการสาวไปถึงต้นตอของสิ่งต่างๆส่วนอโยนิโสมนสิการ
คือ การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย
การคิดไม่เป็น การไม่สาวไปถึงต้นตอ
การคิดอะไรอย่างตื้นๆ
ผู้มีโยนิโสมนสิการ
ย่อมสามารถละอาสวะคือกิเลสได้
ส่วนผู้ไม่มีโยนิโสมนสิการ
ย่อมไม่สามารถละกิเลสได้
.
๒. #การสำรวมระวัง หมายถึง
ระวังอินทรีย์ทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ไม่ให้รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
(สิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยกาย)
และธรรมารมณ์ (สิ่งที่คิดด้วยใจ) ครอบงำได้
ดำรงตนเป็นอิสระ
จากการครอบงำของรูป เสียง เป็นต้น
.
๓. #การเสพ คือ พิจารณาปัจจัย ๔
แล้วจึงเสพหรือบริโภคใช้สอย
ไม่บริโภคใช้สอยเพื่อเล่น เพื่อเมา
แต่บริโภคใช้สอยปัจจัย ๔
ตรงตามจุดมุ่งหมาย
คือ ใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งหุ่ม
เพียงเพื่อปกปิดร่างกายให้ดูเรียบร้อย
ป้องกันหนาวร้อน บริโภคอาหาร
เพียงเพื่อบำบัดความหิว และไม่ให้ถึงกับอึดอัด
พิจารณาเห็นโทษของอาหาร
ที่มากเกินไปอยู่เสมอ
ใช้เสนาสนะที่อยู่อาศํย
เพียงเพื่อป้องกันลม แดด เหลือบ ยุง
สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ
และกินยาเพียงเพื่อบำบัดโรค
มิใช่เพื่อให้ร่างกายสวยงาม
เรียกว่า เสพปัจจัย ๔
ด้วยเหตุผลบริสุทธิ์จริงๆ
เป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน
(primary needs)
ไม่ใช่ความต้องการที่เกินความจำเป็น
(artificial needs)
...
๔. #ความอดทน คือ อดทนต่อความหิวกระหาย
ต่อหนาวร้อน อดทนต่อถ้อยคำชั่วๆ ของผู้อื่น
อดทนต่อทุกขเวทนากล้าแข็ง
เช่น ความเจ็บป่วยปานว่าจะคร่าชีวิตไป
๕. #การงดเว้น คือ เว้นสถาที่ที่ไม่ควรไป
เว้นบุคคลที่ไม่ควรคบ
..
๖. #การบรรเทา คือ บรรเทากามวิตก
(ความตรึกเรื่องกาม) พยาบาทวิตก
(ความตรีกในเรื่องพยาบาท)
และวิหิงสาวิตก
(ความตรึกเรื่องการเบียดเบียน)
..
๗. #การอบรม คือ อบรมโพชฌงค์ ๗
คือ ได้แก่ สติ (ความระลึกได้)
ธัมมวิจยะ (การวิจัยธรรม) วิริยะ (ควารเพียร)
ปีติ (ความอิ่มใจ) ปัสสัทธิ (ความสงบ)
สมาธิ (ความมีจิตมั่นคง)
อุเบกขา (ความวางเฉยในสุขและทุกข์)
เมื่อมีวิธีการทั้ง ๗ วิธีนี้อยู่ชื่อว่า
ย่อมละอาสวะได้ด้วยวิธีนั้นๆ ตามสมควร
จนสามารถละอาสวะได้หมดสิ้น
เป็นผู้สิ้นอาสวะ (ขีณาสพ)
.....
#พระไตรปิฎกฉบับขยายความ
#ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
#เพจอาจารย์วศิน อินทสระ
เครดิตภาพ มหาบ้านนอก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น