กราบพระพุทธเจ้า#โลกราบเป็นหน้ากลอง#ทางสิ้นภพ#การบรรลุมรรคผล#อนุปาทาปรินิ...
การทําที่สุดแห่งทุกข์#จิตเกิดมรรคผล
2 เดือนที่ผ่านมา
#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ไปข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า อโนมทัสสี ปรารถนาเห็นพระองค์
#กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาท่านอาจารย์มากครับที่กรุณาให้โอกาส
#คุณแห่งศีลมีอยู่ในโลกความสัตย์ความสะอาดและความเอ็นดูมีอยู่ในโลก
#กลับบ้านเราพระพุทธเจ้ารออยู่#การบรรลุมรรคผล#ทางบรรลุมรรคผล#การเกิดอริยมรรค#ผู้บรรลุมรคผล#การบรรลุมรรคผลนิพพานการเกิดอริยมรรคมรรคจิตผลจิต#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอเพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ#ถ้าเธอทำตนให้นิ่งเงียบได้เหมือนกังสดาลที่ตัดขอบปากออกแล้วเธอก็จะบรรลุนิพพานได้การโต้เถียงกันก็จะไม่มีแก่เธอ#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิเพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิท่านจะพูดด้วยอัปนาสมาธิด้วยฌาน๔พวกเราตอนที่เจริญสติอยู่นี่เรียกว่าเจริญบุพพภาคมรรคเบื้องต้นแห่งมรรคยังไม่เป็นฌานนะเราหัดเจริญสติอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างนี้ถึงวันที่อริยมรรคจะเกิดจิตจะรวมเข้าฌานโดยอัตโนมัตินะ จิตเวลาที่เกิดมรรคเกิดผล
จะไม่เกิดในจิตของคนธรรมดา นี่เรียกว่ากามาวจรจิต กามาวจรภูมิ
ไม่เป็นอย่างนั้น จะต้องเข้าฌานนะ เมื่อมันรวมเข้าไปแล้วมันจะเห็น
สภาวะธรรมนี่เกิดดับสองขณะหรือสามขณะ แต่ละคนไม่เท่ากันนะ
ถัดจากนั้นจิตจะวางการรู้อารมณ์ ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้
สิ่งที่ห่อหุ้มปกคลุมธาตุรู้อยู่นี่ ถูกอริยมรรคแหวกออกไป
ถ้ารู้เท่าทันจิตใจ ตอนนี้ตึงไป รู้ทัน ตอนนี้หย่อนไป รู้ทัน มันก็เข้าทางสายกลาง เมื่อไหร่ไม่ผิดเมื่อนั้นก็ถูก ถ้าถูกแล้วมันก็เดินของมันไปเรื่อยๆ นะ แต่ละวัน บางช่วงก็เจริญบางช่วงก็เสื่อม แต่ภาพรวมแล้ว เราจะเติบโตขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งมันมีกำลัง ข้ามภพไป
#เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา#เมื่อนั้นบุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเราย่อมไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี #บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้วไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวงย่อมไม่เศร้าโศกในเวลาตายดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น #สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดีภพที่สัตว์ย่อมได้ในโลกนี้ก็ดีพระพุทธเจ้าแสวงหาคุณ
อันใหญ่ได้ตรัสไว้ว่าสิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ#ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น
เหมือนดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพอะไร ดัง
บุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชน ฉะนั้น เราไม่มีความคิดว่า
ได้เป็นมาแล้ว จักเป็นต่อไป จะไม่เป็น หรือสังขารจักปราศจากไป จะคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า ดูกรนายโจร ความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี เรารำคาญด้วยสรีระ ไม่ต้องการด้วยภพ ร่างกายนี้จักแตกไป และจักไม่มีร่างกายอื่น#เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า#คําสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย#เราสลัดตนจากกามทั้งปวงเราได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว#นิพพานของพระโสดาบัน#ข้ามเข้ามาทวนเข้ามาถึงจิตแท้ถึงวิญญาณธาตุธาตุรู้แท้ๆแล้วธรรมธาตุตัวนี้แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้นอาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตอยู่นี้ถูกอริยมรรคแหวกออกแหวกออกทำลายออกก็ล้างกิเลสล้างในพริบตาเดียวในขณะเดียววับเดียวขาดเลย#มันคล้ายๆเปิดสวิตช์ไฟปั๊บสว่างวูบเดียวความมืดหายไปเลยนะในพริบตานั้นเลยจิตถัดจากนั้นนะจะเห็นพระนิพพานอีก๒ขณะ๓ขณะเห็นไม่เท่ากันหรอกบางคนเห็น๒ขณะบางคนเห็น๓ขณะถ้าพวกอินทรีย์กล้ามากๆก็เห็น๓ขณะพวกอินทรีย์ไม่กล้ามากก็เห็น๒ขณะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น