พุทธัง สรนัง คัจฉามิ#เมื่อใดแลเหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ
#สุกฺขวิปสฺสโก #เตวิชฺโช #ฉฬภิญฺโญ #ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต#อุตุนิยาม (physical laws) คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น อุณหภูมิ #ดินฟ้าอากาศ สิ่งแวดล้อม#พีชนิยาม (biological laws) คือ กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับพันธุกรรม กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลของสิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ #เชื้อโรค ผ่านการสืบพันธุ์#จิตนิยาม (psychic law) คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการทำงานของจิต เจตสิก#กรรมนิยาม (Karmic Laws) คือ กฎแห่งกรรม #คือกฎแห่งการกระทำและผลของการกระทำ#ธรรมนิยาม (General Laws) อันได้แก่กฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
#เวลาที่เราภาวนาพละ(๕) มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุน กำลังเสริม
#จนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมาเวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็ม กำลังเต็มศีล สมาธิ ปัญญา เต็มคุณงามความดีนั้นเต็ม
#ในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาลอาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไป ขาดสะบั้นออกไป
#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่รู้สึกไหมว่าทุกข์
#แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลย จิตเราไม่มีความสุขจิตเราไม่อิสระ จิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด
#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค ๔ ครั้งโสดาปัตติมรรค สกิทาคามีมรรคอนาคามีมรรค อรหัตตมรรค
#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่ จะแตกออกจิตที่เป็นอิสระ ที่เป็นธาตุรู้ จะเป็นอิสระขึ้นมา สว่างไสวขึ้นมา
#ในพระสูตรบอกว่า อาโลโก อุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้นทีนี้ บางท่าน บางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค
#มีความสุขเกิดร่วมด้วยที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่า จิตยิ้มฉะนั้น จิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบ สันติ อันนั้นเป็นอุเบกขาบางท่าน บางองค์ จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้น ตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา ๒ ชนิด คือมีโสมนัสหรือมีความสุข กับมีอุเบกขาเกิดได้ทั้ง ๒ แบบ เกิดชั่วขณะจิตเดียว
#ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ ขาดสะบั้นลงไป
อริยผลจะเกิดขึ้น”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น